เว็บเดียวที่คุณรัก | ติดต่อโฆษณา


จับตา 7 เทรนด์ธุรกิจสตาร์ทอัปที่จะมาแรงในปี 2561

  โพสเมื่อ: วันอังคาร 8 สิงหาคม 2017, หมวดหมู่ สิ่งดีๆจากทีวีคนตรัง เข้าดู 238 ครั้ง

startup

กระทรวงอุตสาหกรรม เผย 7 กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัป น่าจับตามอง ประจำปี 2561 ภาคการศึกษา เกษตร อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ เติบโตโดดเด่นสุด ขณะที่ปีนี้ สตาร์ทอัปไทยเพิ่มขึ้นถึง 80% แตะ 8 พันราย

วันที่ 6 สิงหาคม 2560 นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจสตาร์ทอัป (Startup) ที่มีโอกาสเติบโตและน่าจับตามอง ในปี 2561 จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจภาคเกษตร อาหาร ท่องเที่ยว และสุขภาพ เป็นหลัก โดยมีทั้งหมด 7 กลุ่ม ดังต่อไปนี้

1. กลุ่มธุรกิจภาครัฐและการศึกษา

2. กลุ่มการเกษตรและอาหาร

3. กลุ่มนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ

4. กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตแห่งอนาคต

5. กลุ่มไลฟ์สไตล์และความบันเทิง

6. กลุ่มเทคโนโลยีท่องเที่ยว

7. กลุ่มเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์

Startup

นอกจากนี้ ไทยยังถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับสตาร์ทอัป และมีการส่งเสริมจากทุกภาคส่วนอย่างชัดเจน โดยพบว่าในปี 2560 มีธุรกิจสตาร์ทอัปในไทย เพิ่มขึ้นกว่า 8,000 ราย ปรับเพิ่มขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับช่วง 2-3 ปีก่อน ที่มีสตาร์ทอัปเพียงหลัก 100 ราย

ขณะนี้นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า สำหรับยุทธศาสตร์และแนวทางส่งเสริมสตาร์ทอัปในปี 2560 ถือว่ามีความชัดเจนและเข้มข้นมากขึ้น โดยมีการสนับสนุน 4 รูปแบบหลัก คือ

1.การพัฒนาผู้ประกอบการและสร้างสตาร์ทอัปรายใหม่ด้วยการส่งเสริมความรู้และทักษะในการดำเนินธุรกิจ ด้วยการนำระบบเทคโนโลยี พัฒนานวัตกรรมขึ้นใหม่หรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

2. การให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญในการสร้างโมเดลธุรกิจ การกำหนดตลาด กลุ่มเป้าหมาย และการเขียนแผนงาน เพื่อนำเสนอแนวความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นไปได้ต่อการพัฒนาสู่ธุรกิจจริง

3. การพัฒนาระบบนิเวศที่เอื้อต่อการทำงานและการแบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ร่วมกันทั้งในรูปแบบ Co-Working Space, Maker Space และ Innovation Space เพื่อผลักดันให้เกิดการรวมตัว พัฒนาผลงาน

และ 4. การส่งเสริมให้เข้าถึงแหล่งทุน โดยจัดให้มีกิจกรรมการแข่งขันเพื่อนำเสนอผลงานการสร้างผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่มีมูลค่าสูง เพื่อให้ได้รับโอกาสและประสบการณ์ในการแสวงหาแหล่งทุนในรูปแบบ Angel Fund เพื่อการจัดตั้งธุรกิจ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
สำนักข่าว INN



ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....

แสดงความคิดเห็น

* ชื่อ
* อีเมลล์

เรื่องที่น่าสนใจ
บทความล่าสุด