เว็บเดียวที่คุณรัก | ติดต่อโฆษณา


รู้ยัง! “ผักกวางตุ้ง” กินประจำทำให้กลิ่นตัวหอม-ไม่อ้วน แถมประโยชน์อื่นๆ เพียบ

  โพสเมื่อ: วันพฤหัส 27 กันยายน 2018, หมวดหมู่ สิ่งดีๆจากทีวีคนตรัง เข้าดู 85 ครั้ง

“ผักกวางตุ้ง” หรือ “ผักกาดกวางตุ้ง”
มีชื่อเรียกอื่นๆว่า ผักกาดเขียวกวางตุ้ง(ทั่วไป), ผักกาดฮ่องเต้, ผักกวางตุ้งฮ่องเต้, กวางตุ้งไต้หวัน, ผักกาดสายซิม(ภาคใต้), ปากโชย(ภาษาไต้หวัน)

ชื่อวิทยาศาสตร์ Brassica chinensis Jusl var parachinensis (Bailey) Tsen & Lee วงศ์ Cruciferae ชื่อสามัญ Chinese Cabbage-PAI TSAI

“ผักกวางตุ้ง” มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศจีนและญี่ปุ่น สาเหตุที่คนไทยนิยมเรียกว่า ผักกวางตุ้ง ก็เพราะในช่วงที่มีการนำเข้ามาปลูกครั้งแรกจะเป็นพันธุ์ที่นำมาจากมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน

2

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

“ราก” เป็นระบบรากแก้ว อยู่ในระดับตื้น ส่วนที่ใหญ่สุดของรากแก้วประมาณ 1.20 เซนติเมตร มีรากแขนงแตกออกจากรากแก้วมาก โดยรากแขนงแผ่อยู่ตามบริเวณผิวดิน รากแก้วอาจมีขนาดใหญ่ขึ้น ถ้าดินมีสภาพชื้นและเย็น

“ลำต้น” ตั้งตรง มีสีเขียว ขนาดโตเต็มที่ใช้รับประทานได้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.4-1.8 เซนติเมตร สูงประมาณ 43-54 เซนติเมตร ก่อนออกดอกลำต้นจะสั้น มีข้อถี่มากจนดูเป็นกระจุกที่โคนต้น เมื่อออกดอกแล้วในระยะติดฝักต้นจะสูงขึ้นมาก โดยเฉลี่ยสูงประมาณ 85-144 เซนติเมตร

“ใบ” ใบเลี้ยงมี 2 ใบ มีสีเขียว ปลายใบตรงกลางจะเว้าเข้า ส่วนใบจริงจะแตกเป็นกระจุกที่บริเวณโคนต้น เป็นใบเดี่ยว ใบเรียบไม่ห่อหัว สีเขียว ใบอ่อนมีสีเขียวอ่อน ขอบใบเป็นรอยฟันเลื่อยเล็กมาก ใบแก่ผิวใบเรียบหรือเป็นคลื่นเล็กน้อย ไม่มีขน ของใบเรียบหรืออาจมีรอยเว้าตื้นๆ ขนาดเล็กโคนใบหยักเป็นคลื่นเล็กน้อย ปลายใบมน ก้านใบที่ติดกับลำต้นมีสีเขียวอ่อนเป็นร่องและเรียวกลมขึ้นไปหาแผ่นใบ ก้านใบหนาและมีสีขาวอมเขียว สำหรับใบที่ช่อดอกจะมีก้านใบยาว 2-3 เซนติเมตร รูปใบเรียวแหลมไปทางฐานใบและปลายใบ ขอบใบเรียบ

“ช่อดอก” และ “ดอก” ผักกาดเขียวกวางตุ้งจะออกดอกเมื่ออายุประมาณ 55-75 วัน ช่อดอกยาว 50-90 เซนติเมตร ดอกตูมรวมกลุ่มอยู่บนยอดดอกช่อดอก ดอกบานจากด้านล่างไปหาด้านบน ดอกที่บานแล้วมีก้านดอกยาวกว่าดอกที่ตูม ดอกเป็นแบบสมบูรณ์เพศ ขนาดดอก 1-1.5 เซนติเมตร กลีบชั้นนอกสีเขียวอ่อน 4 อัน ขนาดเล็กกลีบกว้าง 0.1-0.2 เซนติเมตร ยาว 0.7-0.8 เซนติเมตร กลีบชั้นในสีเหลืองสด 4 อัน แยกเป็นกลีบๆ ขนาดกลีบกว้าง 0.5-0.6 เซนติเมตรยาว 1.1-1.2 เซนติเมตร มีเกสรตัวผู้ 6 อัน อับเกสรสีเหลืองแก่ ก้านชูเกสรสีเหลือง รังไข่ยาว 0.5-0.6 เซนติเมตร ซึ่งอยู่เหนือกลีบดอกและเกสรตัวผู้ก้านเกสรตัวเมียสีเขียว ยาว 0.2-0.25 เซนติเมตร ยอดเกสรตัวเมียเป็นตุ่มสีเหลืองอ่อน ดอกบานในตอนเช้าประมาณเวลา 08.00 น.

“ผล” มีลักษณะเป็นฝัก รูปร่างเรียวยาว แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนปลายไม่มีเมล็ด ยาวประมาณ 0.9-1.5 เซนติเมตร และส่วนที่มีเมล็ดยาวประมาณ 3-4.1 เซนติเมตร กว้าง 0.3-0.5 เซนติเมตร ก้านผลยาว 1.3-2.5 เซนติเมตร ผลตั้งขึ้น เมื่อผลแก่จะแตกตามยาวจากโคนไปหาปลายผลเมื่ออ่อนมีสีเขียว ผลแก่มีสีน้ำตาล

“เมล็ด” ค่อนข้างกลม มีทั้งสีน้ำตาลและสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ผิวเมล็ดมีลายแบบร่างแห เห็นไม่ค่อยชัด น้ำหนัก 1,000 เมล็ดประมาณ 2.5 กรัม

3

ประโยชน์ของผักกวางตุ้ง

ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง บำรุงและรักษาสายตา ป้องกันโรคกระดูกพรุน ป้องกันกล้ามเนื้อเสื่อม เพิ่มความกระฉับกระเฉง ช่วยในการขับถ่าย ป้องกันโรคท้องผูกช่วยแก้อาการเป็นตะคริวเพราะเป็นผักที่มีแคลเซียมสูงลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง เชื่อกันว่ามีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวดตามข้อ และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งกล้ามเนื้อเสื่อม

ที่สำคัญการรับประทานผักกวางตุ้งเป็นประจำจะไปทำให้ “ฟีโรโมน(Pheromone)” หลั่งออกมา ซึ่งจะทำให้กลิ่นตัวหอม เพราะเป็นผักที่มีเส้นใยมากและมีไขมันน้อย ทำให้อิ่มท้อง รับประทานมากแค่ไหนก็ไม่ทำให้อ้วน จึงนิยมนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู เช่น ต้มจับฉ่าย แกงจืด ผัดผักกวางตุ้ง เป็นต้น

4


คุณค่าทางอาหาร
ผักกวางตุ้ง 100 กรัมให้พลังงาน 16 กิโลแคลอรี ประกอบด้วย โปรตีน 1.2 กรัม คาร์โบไฮเดรด 3.2 กรัม น้ำตาล 1.4 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม เส้นใย 1.2 กรัม โซเดียม 9 มิลลิกรัม

5

ข้อควรระวัง

ผักกาดกวางตุ้งจะมีสารบางชนิดเมื่อถูกความร้อนแล้วจะกลายเป็นสารตัวใหม่ ซึ่งได้แก่ “สารไทโอไซยาเนต(thiocyanate)” เมื่อได้รับสารนี้เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ความดันเลือดต่ำ ร่างกายอ่อนเพลีย แต่สารชนิดนี้จะสลายไปกับไอน้ำเมื่อเราเปิดฝาทิ้งไว้ แต่ถ้านำมารับประทานสดๆ ก็ปลอดภัยเช่นกัน แต่จะมีกลิ่นเขียวบ้างเล็กน้อยนะขอรับ

 

 

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก ผู้จัดการออนไลน์


ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....

แสดงความคิดเห็น

* ชื่อ
* อีเมลล์

เรื่องที่น่าสนใจ
บทความล่าสุด